ด้วยยุดปัจจุบันเป็นยุคของสารสนเทศ (Information Age) เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทใน ชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้น โดยเฉพาะด้านธุรกิจ ซึ่งมีการแข่งขันกันสูง จึงพยายามแสวงหากลยุทธ์ข้อได้เปรียบ ต่างๆ เข้ามาช่วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า เทคโนโลยีที่นิยมกันอย่างแพร่หลายมากที่สุด คือเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต

แม้ในเรื่องของการตลาดก็มีการนำเอาอินเตอร์เน็ตเข้ามาใช้ เรียกว่า การทำการตลาดแบบออนไลน์ (Online Marketing) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ปฏิสัมพันธ์ทางการตลาด (interactive Marketing) หมายถึงการ ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ และได้รับการตอบกลับ อย่างรวดเร็ว หรือในลักษณะแบบทันทีทันใด กล่าวโดยง่ายก็คือ การสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อทำการตลาด นั่นเอง ในการทำการตลาดแบบออนไลน์นั้น มีหลักเกณฑ์ที่นิยมใช้กันมากที่สุด ดังต่อไปนี้ คือ

โปรแกรมค้นหา และสารบบ (Search engines and Directories)

การสืบค้นข้อมูลด้วยโปรแกรมการค้นหาเป็นเรื่องที่นิยมกันมาก เนื่องจากสามารถค้นหาข้อมูลได้อย่าง รวดเร็ว เพราะมีการจัดหมวดหมู่หรือสารบบเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ เช่น หมวดธุรกิจ คอมพิวเตอร์ สุขภาพ กีฬา สมุนไพร เป็นต้น ผู้ใช้ในปัจจุบันนิยมสืบค้นหาข้อมูลบนโปรแกรมการค้นหากันอย่างมาก โดยเฉพาะเว็บไซต์ยอด นิยมอย่าง www. google.com ซึ่งมีเว็บเพ็จที่เชื่อมโยงมากกว่า 3 พันล้าน ดังนั้น หากผู้ประกอบการธุรกิจ รู้จัก เทคนิคนี้ โดยสามารถพิมพ์คำที่ค้นหาที่เกี่ยวกับสินค้าของเว็บไซต์ลงไปในเว็บไซต์ของโปรแกรมการค้นหา ย่อมทำ ให้ผู้ค้นหาสามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว โปรแกรมค้นหาที่นิยม นอกเหนือจาก google.com แล้วก็ยังมี overtrure.com, inktomi, looksmart, findwhat, yahoo, altavista เป็นต้น

การทำการตลาดแบบแนวรุกกับดึงดูด (Push Versus Pull Marketing)

การทำการตลาดลักษณะนี้ ได้แก่ การโฆษณาไปตาม E-Mail Address ของลูกค้า เพื่อขายสินค้า มีการ ลดแลกแจกแถมมากมาย มีคูปองส่วนลด ซึ่งเป็นการเข้าถึงลูกค้าได้เป็นการส่วนตัว การโฆษณาดึงดูดลูกค้า ผ่านทาง E-Mail และอินเตอร์เน็ตนี้ มีตัวอย่างมากมาย เช่น การโฆษณาของการทำงานที่บ้าน (Work at home) หรือการ โฆษณาขายโทรศัพท์มือถือ แม้กระทั่งขายเครื่องคอมพิวเตอร์มือสอง เป็นต้น

สร้างหุ้นส่วนการเชื่อมโยง (Link Partnership Building)

การเชื่อมโยงนั้นเป็นประโยชน์อย่างมากในการทำธุรกิจ เนื่องจากในระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ปัจจุบัน มี สินค้าขายอยู่หลากหลายชนิด เช่น หากเราต้องการจะขายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) เราต้องเอา เว็บไซต์ของเราไปเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ OTOP ของรัฐบาล ซึ่ง พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายให้พัฒนาเว็บไซต์นี้ขึ้นโดยใช้ชื่อว่า www.ThaiTambon.com เพื่อเป็นศูนย์กลางในการจำหน่ายสินค้า  OTOP ประโยชน์ที่ได้รับจากการสร้างหุ้นส่วนการเชื่อมโยงคือ

(1) ทำให้ลูกค้าเข้าถึงเป้าหมายบนเว็บไซต์ของเรา มากขึ้น
(2) ทำให้อัตราการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราสูงขึ้น และ
(3) ช่วยเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ

กลุ่มข่าว และสภา (Newsgroups and Forums)

กลวิธีนี้นับเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดมากเพื่อการติดต่อสื่อสารธุรกิจ เนื่องจากลูกค้าเขาจะมีสภาพแวดล้อม ภายในของพวกเขาซึ่งอยู่ในระดับเดีเขาจะแนะนำพูดคุยสนทนาในเรื่องที่สภาหรือกลุ่มของพวกเขาสนใจ เช่น กลุ่มคนที่ชื่นชอบหรือค้าขายเครื่องประดับ อัญมณีเขาจะมีชมรมของพวกเขาอย่างเว็บ www.pixiart.com ถ้า หากสินค้าของคุณเข้าไปอยู่ในกลุ่มเหล่านี้ได้ พวกเขาก็จะช่วยโฆษณาเว็บไซต์ได้อย่างดีทีเดียว

การตลาดแบบโปรแกรมตัวแทน (Affiliate Program)

การตลาดลักษณะนี้ หมายถึงผู้ที่ต้องการหารายได้พิเศษสร้างเว็บไซต์ของตนขึ้นมา และสมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซต์ที่ให้สมัครเป็นตัวแทนได้ เช่น เว็บไซต์ของวอลมาร์ท www.walmart.com สินค้าของวอลมาร์ท มีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์, เครื่องใช้ภายในบ้าน, เครื่องประดับ, ของเล่นเด็ก เป็นต้น และทำการขายสินค้าให้วอลมาร์ท โดยเอาแถบประกาศ (Banner) ของวอลมาร์ทไปติดไว้ที่เว็บไซต์ของตนเอง เมื่อมีลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ ทางวอลมาร์ทจะให้ค่านายหน้าหรือตัวแทนขาย มีตั้งแต่ 5-12% สุด แล้วแต่ข้อเสนอของเว็บไซต์นั้นๆ ธุรกิจลักษณะเช่นนี้ มีทำกันมากทั้ง amazon.com และ disney.comเป็นการบอกต่อกันในลักษณะปากต่อปากนั่นเอง ซึ่งในระบบออนไลน์จะมีกลุ่มคนที่ 3 เข้ามาแสดงความคิดเห็นร่วมกันอยู่เป็นจำนวนมาก หากมองในแง่ของธุรกิจแล้วการทำการตลาดแบบบอกต่อช่วย เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และการบริการได้ดียิ่ง

การโฆษณาแบบแถบประกาศ (Banner Advertising)

การตลาดลักษณะนี้ นับเป็นวิธีเก่าแก่ที่สุด ที่มีการใช้กันมานาน บนระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ หากมองย้อนกลับไปถึงปี ค.ศ. 1994 การโฆษณาแบบแถบประกาศสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจมาก คือ

(1) ช่วยสนับสนุนให้ ยี่ห้อเป็นที่รู้จัก
(2) ช่วยเสริมยี่ห้อให้คนจำได้ และ
(3) กระตุ้นสิ่งใหม่ๆ หรือช่วยให้คนเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์มากขึ้น

ความก้าวหน้าในการทำตลาดออนไลน์ โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยสนับสนุนการตลาดเหล่านี้ นับว่าเป็นกลยุทธ์ในต่างประเทศนิยมทำกันมาก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา และมีเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่หมุนเวียนอยู่ในธุรกิจลักษณะนี้ เพียงแต่ว่าต้องมีกฏหมายด้านอินเตอร์เน็ตและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ออกมา รองรับการทำธุรกรรมเหล่านี้อย่างครอบคลุมทั่วถึง

ที่มา: หนังสือพิมพ์บิสเนสไทย

Related Posts

Tags: ,



Leave a Comment

You must be logged in to post a comment.

Copyright © 2008 iBiz Network Co., Ltd. Powered by wordpress, Theme by ericulous